โรคไต (ตอนที่ 1 )


โรคไต (ตอนที่ 1 )

ไต  เป็นอวัยวะที่เราทราบกันดีว่ามีหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกาย  แต่ยังมีหน้าที่มากกว่านั้น

1.  ควบคุมปริมาณ  น้ำ  และเกลือแร่  ส่วนเกินออกจากเลือด  เช่น  โซเดียม  โปแตสเซียม  ฟอสฟอรัส  แคลเซียม  และภาวะความเป็นกรด/ด่าง  ในเลือด  ให้สมดุลกับความจำเป็นของร่างกาย

2.  ผลิตและควบคุมการทำงานของฮอร์โมน   ฮอร์โมนควบคุมแคลเซียม  ฮอร์โมนกระตุ้นสร้างเม็ดเลือดแดง  หากไตมีความบกพร่องมากๆเข้าอาจเป็นโรคโลหิตจาง  กระดูกพรุนหรือผุ  เป็นต้น  ฮอร์โมนที่ไต

ผลิตได้แก่ 

·       VITAMIN  D   สร้างกระดูก

·       ERYTHROPOITEIN   สร้างไขกระดูก,สร้างเม็ดเลือดแดง

·       RENIN   ควบคุมความดันโลหิต

3.  ขับของเสียประเภทโปรตีน  (เนื้อสัตว์/ถั่วต่างๆ) เป็นยูเรียครีเอตินีน  กรดยูริค  ถ้าของเสียพวกนี้คั่งอยู่ในเลือดมากๆเรียกว่า  ยูรีเมีย

โรคไตวายเรื้อรัง  เกิดจากอะไร

1.โรคเบาหวาน  และ  ความดันโลหิตสูง  (สาเหตุหลักถึง  80% ที่ทำให้เกิดไตวาย)

2.นิ่วในไตและระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง

3.ไตอักเสบ (กรวยไต,หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไต,ถุงน้ำในไต)

4. โรค  SLE  (ภูมิแพ้ทำลายตนเอง)

5.กินยาหลายชนิดต่อเนื่องนานๆ

            ไตเป็นอวัยวะที่พิเศษมาก   แม้มีปัญหาก็ยังไม่แสดงอาการความผิดปกติใดๆ  จนกระทั่งสูญเสียการทำงานมากกว่า  80%  ขึ้นไปจึงแสดงอาการให้รับรู้ว่าเข้าสู่ภาวะไตวายขั้นสุดท้าย  ถ้าถึงขั้นนี้เป็นภาวะที่ไม่อาจฟื้นฟูไตได้เป็นปกติ  นอกจากจะเปลี่ยนไตใหม่เท่านั้น  จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากของผู้เป็นโรคนี้  เพราะกว่าจะรู้ตัวก็เมื่อสายไปเสียแล้วไตทำงานได้ไม่ถึง  20%   ภาวะตรงนี้จะมีของเสียและน้ำ  ส่วนเกินในร่างกายมาก  ต้องแก้ไขด้วยการฟอกไต  หากไม่ฟอกไตหรือฟอกเลือดก็จะถึงแก่ชีวิตด้วยอาการไตวายเรื้อรัง

ก่อนที่จะถึงภาวะไตวายเรื้อรัง  เราจะมีวิธีการดูแลสุขภาพได้อย่างไรไม่ให้เกิดโรคนี้กับเรา  จริงๆแล้วโรคไตที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ที่การดูแลตัวเองโดยเข้าใจเรื่องอาหาร  ไม่ตามใจปากตัวเองจนเกินไปรู้จักเลือกอาหารที่ไม่ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อโรคไต   ในหนังสือเล่มนี้เขียนตามความเข้าใจของผู้ที่ต้องการรู้เรื่องไต(ยังไม่เป็นโรคไต)  เป็นไตวายแล้วแต่ยังไม่ฟอกไต  และเป็นไตวายเรื้อรังอยู่ระหว่างฟอกไต

อาหารชะลอไตวาย

1.สำหรับคนปกติ

อาหารควรงดหรือหลีกเลี่ยง

-                   ไม่ทานของเค็มจัดหรือโซเดียมสูงๆทำให้ความดันเลือดสูงไตเสื่อมเร็ว(ดูรายละเอียดโซเดียมแฝง)

-                   ไม่ทานของหวานจัดๆทำให้ตับอ่อนทำงานหนัก  สาเหตุโรคเบาหวาน

-                   ไม่ทานแป้งขาวมากไป  เช่น  ขนมต่างๆ  เบเกอรรี่  ซาลาเปา  ฯลฯ  ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล  สาเหตุโรคเบาหวาน

-                   เลี่ยงอาหารทอด  ผัด  ปิ้ง  ย่าง  เพราะต้องใช้อุณหภูมิสูงมีไขมันสูงซึ่งทำให้เกิดอนุมูลอิสระมีพิษร้ายแรงมากมาย  ทำลายเยื้อหุ้มเซลล์ทำให้เซลล์อักเสบกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้

-                   ไม่ทานโปรตีนจากสัตว์มากไปเพราะระบบการย่อยของร่างกายทำงานหนัก  ของเสียที่เกิดในลำไส้จะถูกดูดกลับเข้ากระแสเลือด  ไตจะต้องทำงานหนักปริมาณโปรตีนที่ควรทานต่อคน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัวต่อวัน

-                   หลีกเลี่ยงอาหารที่ใช้วัตถุกันเสีย,ผงชูรส,เคมีที่ใช้อาหาร

-                   เลิกบุหรี่หรือยาสูบทุกชนิด

-                   การทานยาต่อเนื่องนานๆ

-                   หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน

อาหารที่ควรทาน

-                   ผักสด-ผลไม้สด   มีเอนไซม์เพิ่มพลังชีวิต

-                   เน้นอาหารธรรมชาติ  RAW  FOOD , SLOW FOOD  ผ่านการปรุงแต่งให้น้อยที่สุด

-                   การดื่มน้ำให้ถูกต้องและเพียงพอสำหรับร่างกายในการกำจัดของเสีย

-                   กรดไขมันโอเมก้า 3 (น้ำมันงาขี้ม่อน , น้ำมันปลา)

-                   น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันสายกลางช่วยดูแลไต

-                   น้ำกระเจี๊ยบ , ใบบัวบก , เก๊กฮวย , หญ้าหนวดแมว ไม่หวานหรือหวานน้อยช่วยขับปัสสาวะ เพิ่มความเป็นด่างในกระแสเลือด

 

2.สำหรับคนเป็นไตวายเรื้อรังแต่ยังไม่ฟอกไต

            อาหารควรงดหรือหลีกเลี่ยง

-                   เป็นอาหารเหมือนกับคนปกติ  ในหัวข้อข้างต้นยังต้องควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือดและ

ความดันโลหิตสูงอย่างเคร่งครัด  ต้องกินยาและอาหารที่สมดุลเพื่อชะลอการเสื่อมของไตด้วย  โดยยึดหลักให้ไตทำงานน้อยลงทานอาหารให้เพียงพอกับร่างกายในแต่ละวันเท่านั้น

-                   งดอาหารเค็มจัดโดยเด็ดขาด เพราะโซเดียมสูงทำให้ความดันสูง  ทำให้ไตเสื่อมเร็วมากขึ้น

น้ำคั่งเกิดอาการในร่างกาย

-                   กินอาหารโปรตีนต่ำ (การย่อยโปรตีนจะได้ของเสียคือยูเรีย) ถ้าโปรตีนสูงไตจะต้องทำงานหนัก

เสื่อมเร็วเกิดโปรตีนรั่วทางปัสสาวะมากๆนานๆ

-                   ไขมันสัตว์,เนื้อสัตว์  ทำให้คอลเลสเตอรอลสูง  สาเหตุหลอดเลือดเสื่อมลง

-                   งดอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง  ทำให้ไตทำงานหนักในการกรองและขับออกทางปัสสาวะ  และ

ยังไปกดการทำงานของหัวใจทำงานหนักไป

-                   งดอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง  เพราะถ้ามีฟอสฟอรัสสูงเกินไปจะทำให้แคลเซียมในเนื้อกระดูก

ถูกขับออก  เพื่อไปสลายฟอสฟอรัส เกิดภาวะกระดูกเปราะแตกหักง่าย,กระดูกพรุน

·       อาหารที่มีโปแตสเซียมสูงได้แก่

ฟักทอง  ถั่วเมล็ดแห้ง  ทุเรียน  ลำไย  กล้วย  มะม่วงสุก  ฯลฯ

·       อาหารที่มีโปแตสเซียมกลางได้แก่

ผักบุ้งจีน  พริกฝรั่ง มะละกอดิบ  พริกหยวก  คะน้า  ถั่วลันเตาฯลฯ

·       อาหารที่มีโปแตสเซียมต่ำ   ได้แก่

น้ำเต้า  บวม  ฝักเขียว  แตงกวา มะเขือยาว  ถั่วฟักยาวฯลฯ

·       อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง   ได้แก่

น้ำอัดลม เบียร์   กาแฟ  เนยแข็ง ชีสซ็อกโกแลตไอศครีม  ไข่แดง  เนื้อติดกระดูก

อาหารที่ควรทานสำหรับคนยังไม่ฟอกไต

            เป็นอาหารเช่นเดียวกับหัวข้อข้างต้น (สำหรับคนปกติ) แต่เพิ่มข้อระมัดระวังในการกินต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น  เพราะระบบไตของร่างกายสูญเสียความสามารถในการทำงานขับของเสียออกจากร่างกาย  ของเสียที่ยังอยู่ไม่สามารถขับออกได้หมดเวียนอยู่ในกระแสเลือด  กลายเป็นพิษเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย  เพราะฉะนั้นการดูแลไตวายเรื้อรังแต่ยังไม่ฟอกไต  ต้องให้ความสำคัญต่ออาหารอย่างยิ่งยวด  ก่อนที่จะพาตัวเองไปฟอกไต  นั้นคือภาวะที่หนักกว่าที่เป็นอยู่อีก  และต้องหมั่นตรวจเช็คค่าของไตสม่ำเสมอ

-                   แป้งที่ทานได้  ควรเป็นแป้งไม่มีโปรตีน เช่น วุ้นเส้น  ซาหริม  สาคู  ลอดช่อง 

เส้นก๋วยเต๋ยวเซี่ยงไฮ้  แป้งข้าวโพด  แป้งมัน

-                   โปรตีนจากไข่ขาว

3.สำหรับคนเป็นไตวายเรื้อรังต้องฟอกไต(ฟอกเลือด)

            ภาวะตรงนี้ไตสูญเสียการทำงานประมาณ  80-85% ขึ้นไปเรียกภาวะนี้ว่าไตวายขั้นสุดท้าย  เพราะไม่ได้รับการดูแลอย่างเพียงพอและทันเวลา  อาการที่เกิดขึ้นจะมีการคั่งของน้ำและของเสียในร่างกายที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ  หากไม่ได้รับการฟอกไตเอาน้ำและของเสียออกทันที  จะเกิดภาวะความดันโลหิตสูง  น้ำท่วมปอด  หัวใจวาย  และเสียชีวิตได้

            ไตวายขั้นสุดท้ายนี้  ผู้ป่วยไม่มีทางเลือกใดๆเลยนอกจาก  3  วิธีนี้เท่านั้น

1.  ผ่าตัดเปลี่ยนไต  ต้องหาญาติของผู้ป่วยหรือผู้บริจาค  ซึ่งเป็นกรณีที่ยากและยังต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง

2. การล้างช่องท้อง  ใช้น้ำยาล้างของเสียผ่านเมมเบรน ต้องเปลี่ยนน้ำยาบ่อยๆและล้างทุกวัน สามารถทำเองที่บ้าน

3.  การฟอกเลือดด้วยเครื่อง  ต้องทำที่คลีนิคหรือโรงพยาบาลอาทิตย์ละ 3 ครั้ง  แล้วแต่อาการ  ร้อยละ  80 ของผู้ป่วยไตวายจะใช้วิธีนี้  การฟอกเลือดจะดึงน้ำส่วนเกินและของเสียออกจากร่างกาย  ถ้าดึงออกมามากๆจะรู้สึกเพลีย

อาหารควรงดหรือหลีกเลี่ยง

            เป็นความลำบากหรือสาหัสมากในการดูแลหรือกินในแต่ละครั้ง  ต้องควบคุม เช่น  การดื่มน้ำ น้ำในที่นี้ไม่ใช่น้ำดื่มเท่านั้น  แต่รวมถึงน้ำที่มีอยู่ในอาหารทุกชนิดที่ผู้ป่วยกิน  ต้องดื่มน้ำแต่ละวันตามหมอสั่งเท่านั้นไม่สามารถดื่มตามปกติได้  เช่นลดความกระหายน้ำโดยการอมน้ำแข็ง  และยังต้องหมั่นชั่งน้ำหนักตัวอยู่เสมอว่า  ก่อนฟอกเลือดเท่าไร  หลังฟอกเลือดน้ำหนักเท่าไร  เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการฟอกเลือดครั้งต่อไป

            อาหารควรงดหรือหลีกเลี่ยงหมือนกับหัวข้อข้างต้น  ของคนปกติและไตวายเรื้อรังแบบไม่ฟอกไต   แต่ให้ความสำคัญมากขึ้นไปอีกในการกินแต่ละครั้งเช่น

-                   อาหารที่มีโปแตสเซียมสูงจะกดดันการทำงานของหัวใจ,โซเดียมสูงจะเกิดน้ำคั่งในร่างกาย  เกิดภาวะบวมน้ำ  ความดันเลือดสูง  น้ำท่วมปอด

-                   ฟอสฟอรัสสูงจะไปสลายเนื้อกระดูก  เปราะแตกหักง่าย

-                   น้ำตาลสูงจะกระทบต่อหลอดเลือดในหน่วยกรองของไตสูญเสียการทำงานต่ำไปเรื่อยๆและยังทำให้เกิดภาวะความเป็นกรดสูงในเลือด

อาหารที่ควรทานสำหรับคนที่ฟอกไตแล้ว

            ผู้ป่วยที่ฟอกไต(เลือด)เป็นประจำ  สารอาหารต่างๆมีความจำเป็นโดยเฉพาะโปรตีน  เพื่อนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย  แต่โปรตีนที่ได้รับต้องเป็นโปรตีนคุณภาพสูงเท่านั้น  เพราะโปรตีนที่ย่อยสลายเป็นสารอาหารแล้วจะมีส่วนที่เหลือเป็นของเสียคือกรดยูเรีย  จึงต้องได้โปรตีนที่ดีมีคุณภาพสูงให้เพียงพอ ซึ่งจะตรงข้ามกับกรณีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังแต่ยังไม่ฟอกไต   ที่หลีกเลี่ยงโปรตีน  เพราะจะเป็นภาระแก่ไต


Copyright © 2012 Thai-Bio.com, All rights reserved. Designed by Friendly6design