โรคหัวใจ


เชื่อหรือไม่? ทุกๆ 1 ชั่วโมง จะมีคนไทยเสียชีวิตเฉลี่ย 7 คน จากการกิน จาก 5 โรคหลักได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด และโรคความดันโลหิตสูง สาเหตุหลักมาจากการกินอาหารที่ขาดความสมดุล ขาดความพอดี และยังมาจากเลือกกินอาหารบางอย่างมากเกินไป หรือไม่บริโภคบางอย่างเลย

            ในประเทศไทย ปี 2555 มีผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ อยู่ 1 ใน 3 ของโรคที่เสียชีวิตมากที่สุด สาเหตุส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80 เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จากปัญหาเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ชั่วโมงละ 2 คน และพบว่าโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดรุนแรง มีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 17 ซึ่งสูงกว่าต่างประเทศที่พบร้อยละ 7 หรือมากกว่า    2 เท่าตัว และยังพบผู้ป่วยใหม่ปีละประมาณ 22,000 ราย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ถือเป็นภัยเงียบ ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวหรือมีอาการมาก่อน หากไม่ได้ดูแลเฝ้าระวังสุขภาพ สถานการณ์ของโรคนี้กำลังเป็นปัญหาของสาธารณสุขของทุกๆ ประเทศทั่วโลก

            การเสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจ (SUDDEN CARDIAC DEATH) คือการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากการเกิดอาการโรคหัวใจ มีอาการแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย เหงื่อออก ใจสั่น ปวดร้าวจากกรามลามไปสะบักหลังหรือแขนซ้าย     จุกคอหอย บางรายอาจจุกลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะอาหาร หรือกรดไหลย้อน เหนื่อยง่ายขณะออกแรง เป็นลมหมดสติ ในรายที่รุนแรงมีโอกาสเสียชีวิตทันที และพบว่าครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจที่ไม่เคยมีอาการมาก่อน

            โรคหัวใจประเภทอื่นๆ หรือแทบทุกประเภท แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าสาเหตุของโรคหัวใจเกิดจาก หลอดเลือดแดงแข็งตัว คอเลสเตอรอลสูง ไตรกลีเซอไรด์สูง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ทั้งนี้การป้องกันและรักษาตัวจากสาเหตุของโรคหัวใจเราสามารถป้องกันได้ ด้วยหลักของ 3อ. คือ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคนี้ได้

อาหารที่ส่งเสริมหลอดเลือดมีสุขภาพดี

กรดไขมันโอเมก้า 3 มีมากในน้ำมันปลา น้ำมันงาขี้ม้อน ช่วยให้ผนังหลอดเลือดอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่นไม่แข็งและตีบ ซึ่งทำงานตรงกันข้ามกับโอเมก้า 6 ที่ทำให้เกิดการอักเสบ

เพิ่ม HLD ไขมันตัวดี ซึ่งองค์การอนามัยโลก ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะ HDL เปรียบเหมือนสารต้านอนุมูลอิสระในหลอดเลือด (ดูรายละเอียดในเรื่อง HDL เป็นไขมันที่ดี)

วิตามินซี มีผลต่อการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย ทำให้คอลลาเจนมีคุณภาพดี แข็งแรง สานใยถักทอโครงสร้างหลอดเลือดให้แน่นหนา ทนต่อการอักเสบ วิตามินซีร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ (สัตว์ทำได้) ต้องหาเข้ามาจากอาหารเท่านั้น

เพิ่มวิตามินบี 6 บี12 และกรดโฟลิค (บี9) ในอาหารจะช่วยลดโฮโมซีสเตอีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่เกิดจาการย่อยแตกตัวของ  กรดอะมิโนเมไธโอนีน ๆ มีมากในเนื้อสัตว์ ไข่ และนม โฮโมซีสเตอีนที่สูงจะเป็นสาเหตุทำให้ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้ การใช้วิตามิน บี6,9,12 จะช่วยลดโฮโมซีสเตอีนได้

-               วิตามินบี 6 มีมากในข้าวกล้อง บริวเวอร์ยีสต์ ธัญพืช เห็ด กล้วย แคนตาลูป ฯลฯ

-               วิตามินบี 9 (โฟลิค) มีมากในผักสดสีเขียวจัด หน่อไม้ฝรั่ง บริวเวอร์ยีสต์ ผลไม้สด ฯลฯ

-               วิตามินบี 12 มีมากในเนื้อปลา เนื้อสัตว์ ถั่วหมัก โยเกิร์ต ฯลฯ

อาหารที่ควรงดเว้นหรือหลีกเลี่ยง

-               ลดเกลือ (โซเดียม) เพราะโซเดียมทำหน้าที่ควบคุมการกระจายตัวของน้ำในส่วนต่างๆ ของร่างกาย และหากมีโซเดียมมากเกินไปจะทำให้เซลล์เกิดการบวมน้ำ หรืออาการบวมของเซลล์ โดยเฉพาะไตจะต้องทำงานหนักมาก ที่จะขับน้ำส่วนเกินออกไป แล้วยังมีโซเดียมแฝง เช่น โมโนโซเดียมกลูตาเมต (ผงชูรส) โซเดียมไบคาบอเนท (ผงฟู) เครื่องปรุงรสแต่งอาหาร ซีอิ๊ว น้ำปลา ฯลฯ ล้วนมีโซเดียมสูง

-               ลดน้ำตาล เพราะทำให้เลือดเป็นกรด และเลือดข้น ไปที่ส่วนไหนของร่างกายจะเกิดการอักเสบบวมไต หลอดเลือดอุดตันได้

-               การปิ้ง ทอด ย่าง การผ่านความร้อนสูงเกิดอนุมูลอิสระในอาหารทั้งไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต

-               แป้งขัดขาวในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ซาลาเปา ปาท่องโก๋ เบเกอรี่ คุกกี้ เค้ก ฯลฯ จะใช้ไขมันไม่ดี เช่น เนยขาว ครีมเทียม เนยเทียม มาการีน สาเหตุของหลอดเลือดอุดตัน ถ้ากินควรเพียงอาทิตย์ละไม่เกิน 2 ครั้ง ๆ ละน้อยๆ

-               เนื้อสัตว์ ยกเว้นเนื้อปลา แต่ให้กินได้วันละไม่เกิน 100 กรัม ก็พอ

น้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (โอเมก้า 6) มีอยู่ในน้ำมันทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ทำให้เกิดความไม่สมดุลของโอเมก้า 3: โอเมก้า 6 เกิดการอักเสบในระดับเซลล์


Copyright © 2012 Thai-Bio.com, All rights reserved. Designed by Friendly6design